นอกจากหยิบเพลงมาให้ฟังแล้ว ก็เข้าไปหาข้อธรรมมาฝากด้วยนะ

(ผู้ปฏิบัติธรรมคือผู้ที่ตัดช่องน้อยไปแต่ผู้เดียว) ที่เข้าใจอย่างนั้นผิดมากทีเดียว เพราะพระศาสนาสอนให้แก้ตัวเอง มิได้สอนให้แก้คนอื่น สมมติว่ามีคนอยู่ ๕ คนด้วยกัน คนที่หนึ่งก็จะคิดแก้คนที่สอง คนที่สองก็จะคิดแก้คนที่หนึ่ง ต่างฝ่ายต่างคิดแก้กันและกันอยู่อย่างนี้ตลอดไป แม้คนที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ก็จะคิดโดยทำนองเดียวกันนี้ มิได้คิดแก้ตัวเอง คอยจับผิดแต่ผู้อื่นอยู่ หารู้ไม่ว่ามือ ๕ นิ้วที่ชี้ไปหาผู้อื่นนั้น อันที่จริงชี้ไปเพียงนิ้วเดียวเท่านั้น ที่เหลืออีก ๔ นิ้วกลับชี้เข้าหาตัวของเราเองทั้งนั้น ถ้าไม่เชื่อลองชี้ดูก็แล้วกัน
ทั้งหมดนี้ก็เพราะความผิดของเรามีมากกว่าผู้อื่นหลายหมื่นหลายแสน แต่เรามองไม่เห็นต่างหาก เข้าหลักที่ว่า “โทษของผู้อื่นเห็นได้ง่าย ฝ่ายของตนเห็นได้ยาก” ผลที่สุดคนทั้ง ๕ คนนั้นก็หาคนดีเสียมิได้แม้สักคนเดียว
ถ้าคนทั้ง ๕ คนนั้นคิดแก้ตัวเอง คิดฝึกตัวเอง สร้างตัวเองให้เป็นแม่พิมพ์ที่ดีของผู้อื่นก่อน แล้วจึงค่อยสอนผู้อื่นต่อภายหลัง มิใช่ตัดช่องน้อยไปแต่ผู้เดียว การปฏิบัติอย่างนี้แหละยิ่งเป็นการทำให้พระศาสนาแผ่รัศมี เจริญรุ่งเรืองยิ่งใหญ่ ไพศาลทวีคูณขึ้นโดยลำดับๆ ดุจพระจันทร์เพ็ญลอยเด่นอยู่กลางนภาฉันนั้น
ขอขอบคุณที่มา : หนังสือ “คำถาม-คำตอบ เรื่องวิปัสสนากรรมฐาน” ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิท
www.tamboon.net/featured-stories/0063-fixing-not-leaving